Cover ImageForeground Image

โรงงานสร้างใหม่ต้องทำประกันอะไรบ้าง

HeartPNG
doteyedotlike
copy

โรงงานสร้างใหม่ควรทำประกันอะไรบ้าง? รวมประกันทรัพย์สิน CAR ระหว่างก่อสร้าง ประกันเครื่องจักร Liability ประกันพนักงาน Cyber และธุรกิจหยุดชะงัก พร้อมเช็กลิสต์ก่อนเริ่มเดินเครื่อง

    การสร้างโรงงานใหม่ถือเป็นก้าวสำคัญของผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจผลิตขนาดเล็กหรือโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายกิจการที่เต็มไปด้วยความหวังและการลงทุนจำนวนมาก แต่ในขณะเดียวกัน “ความเสี่ยง” ก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ไม่ว่าจะเป็นอัคคีภัย น้ำท่วม การระเบิด ความเสียหายต่อเครื่องจักร หรือแม้แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจทำให้ธุรกิจหยุดชะงักได้ในพริบตา การทำประกันโรงงานจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยคุ้มครองทรัพย์สิน การดำเนินงาน และลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นอย่างมหาศาล หลายคนอาจเข้าใจว่าแค่ทำ “ประกันภัยทรัพย์สิน” ก็เพียงพอ แต่แท้จริงแล้ว โรงงานใหม่ควรพิจารณาทำประกันหลายประเภทควบคู่กันไป เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองครอบคลุมทุกมิติของความเสี่ยง บทความนี้จะพาคุณมาทำความเข้าใจว่า “โรงงานสร้างใหม่ควรทำประกันอะไรบ้าง” เพื่อวางแผนป้องกันความเสียหายล่วงหน้า และสร้างความมั่นใจให้กับธุรกิจตั้งแต่วันแรกที่เริ่มเดินเครื่องจักรครับ

  ก่อนการก่อสร้างโรงงานใหม่ เจ้าของควรตรวจสอบว่าที่ดินอยู่ใน “เขตสีม่วง” และได้รับอนุญาตก่อสร้างตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 เพื่อให้การทำประกันมีผลคุ้มครองเต็มที่ เพราะกรมธรรม์บางประเภทจะไม่คุ้มครองโครงการที่ก่อสร้างโดยไม่มีใบอนุญาตถูกต้อง

ความคุ้มครองหลัก ๆ ได้แก่:

  • ไฟไหม้ ฟ้าผ่า ระเบิด
  • ความเสียหายจากควันหรือความร้อน
  • การโจรกรรม (ในบางกรมธรรม์)
  • ภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ลมพายุ แผ่นดินไหว (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของบริษัทประกัน)

เคล็ดลับ:   ก่อนจะทำประกัน ควรประเมินมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดให้เหมาะสม ไม่ควรต่ำกว่าความจริง เพราะหากเกิดเหตุขึ้นมาจริง ๆ บริษัทประกันอาจจ่ายค่าสินไหมตามสัดส่วนของทุนประกันเท่านั้น

ประกันภัยระหว่างก่อสร้าง (Contractor’s All Risks – CAR)

  สำหรับโรงงานที่ยังอยู่ในขั้นตอน “ก่อสร้าง” นี่คือประกันที่จำเป็นมาก เพราะในช่วงก่อสร้างมีความเสี่ยงสูง ทั้งจากอุบัติเหตุของคนงาน ความเสียหายต่อวัสดุ หรือภัยธรรมชาติที่อาจทำให้โครงสร้างพัง

ประกันประเภทนี้คุ้มครองอะไรบ้าง?

  • ความเสียหายต่ออาคารที่กำลังก่อสร้าง
  • เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ก่อสร้าง
  • ความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก (หากมีคนบาดเจ็บหรือทรัพย์สินของคนอื่นเสียหายจากการก่อสร้าง)

เหมาะสำหรับ:

  • เจ้าของโครงการก่อสร้างโรงงาน
  • ผู้รับเหมาก่อสร้าง
  • วิศวกรหรือสถาปนิกที่อยู่ในความดูแลโครงการ

  การทำประกันนี้จะช่วยให้โครงการเดินหน้าได้อย่างมั่นใจ และไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นในระหว่างการก่อสร้าง

ประกันภัยเครื่องจักร (Machinery Insurance)

  เมื่อโรงงานสร้างเสร็จและเริ่มดำเนินการ การทำประกันภัยเครื่องจักร ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเครื่องจักรเป็นหัวใจหลักของการผลิต หากเกิดการชำรุด เสียหาย หรือระเบิดโดยไม่ได้ตั้งใจ อาจทำให้การผลิตหยุดชะงักและสร้างความเสียหายทางธุรกิจอย่างหนัก

ความคุ้มครองหลักได้แก่:

  • ความเสียหายจากการทำงานผิดพลาด
  • การสึกหรอผิดปกติ หรืออุบัติเหตุภายในเครื่อง
  • การระเบิดภายในเครื่องจักร
  • ความเสียหายจากแรงดันหรือไฟฟ้าลัดวงจร

ประโยชน์ของประกันประเภทนี้: ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเครื่องจักร และบางกรมธรรม์ยังสามารถต่อยอดครอบคลุมถึง “การหยุดชะงักของธุรกิจ (Business Interruption)” ที่เกิดจากเครื่องจักรขัดข้องได้อีกด้วย

ประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (Public Liability Insurance)

  โรงงานมักตั้งอยู่ใกล้ชุมชน หรือมีการขนส่งสินค้าผ่านพื้นที่ของบุคคลอื่น หากเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้คนภายนอกบาดเจ็บ หรือทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับความเสียหาย เช่น

  • เศษวัสดุก่อสร้างตกใส่รถของคนอื่น
  • ไฟไหม้จากโรงงานลุกลามไปยังพื้นที่ข้างเคียง
  • ควันหรือกลิ่นจากการผลิตรบกวนชุมชน

  ประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอกจะช่วยคุ้มครองความเสียหายเหล่านี้ โดยบริษัทประกันจะรับผิดชอบจ่ายค่าชดเชยแทนผู้ประกอบการ

ข้อดี: นอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินแล้ว ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับธุรกิจในฐานะโรงงานที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม

ประกันภัยอุบัติเหตุพนักงาน (Personal Accident Insurance / ประกันกลุ่มพนักงาน)

  แม้โรงงานจะมีมาตรการความปลอดภัยดีแค่ไหน แต่อุบัติเหตุก็อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะในสายการผลิตที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักร ความร้อน หรือสารเคมี

ประกันพนักงานช่วยคุ้มครองอะไรบ้าง:

  • การเสียชีวิตหรือทุพพลภาพจากอุบัติเหตุ
  • ค่ารักษาพยาบาลกรณีบาดเจ็บ
  • เงินชดเชยรายได้ระหว่างพักรักษาตัว   นอกจากจะเป็นการดูแลสวัสดิการของพนักงานแล้ว ยังช่วยให้เจ้าของโรงงานได้รับความไว้วางใจจากทีมงานมากขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงด้านแรงงานสัมพันธ์ในระยะยาว

ประกันภัยความเสียหายทางไซเบอร์ (Cyber Insurance)

  แม้โรงงานส่วนใหญ่จะเน้นด้านการผลิต แต่ในยุคดิจิทัลที่มีระบบควบคุมอัตโนมัติ (Automation) และการจัดการข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ การโจมตีทางไซเบอร์อาจส่งผลเสียร้ายแรงได้ เช่น การโจรกรรมข้อมูลลูกค้า ระบบผลิตถูกแฮก หรือไฟล์ข้อมูลสำคัญถูกเข้ารหัสเรียกค่าไถ่


สำหรับนักพัฒนาโครงการอุตสาหกรรม หรือผู้ประกอบการที่เข้ามาซื้อ โรงงานสำเร็จรูป (Mini Factory) จากโครงการที่พัฒนาไว้แล้ว ควรตรวจสอบให้ละเอียดว่า กรมธรรม์ประกันภัยเดิมที่ติดมากับทรัพย์สิน ครอบคลุมเฉพาะโครงสร้างอาคารเท่านั้น หรือรวมถึง เครื่องจักร อุปกรณ์ภายใน และความเสียหายจากการดำเนินการผลิต ด้วย เพราะในหลายกรณี โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมมักจัดทำประกันภัยเฉพาะส่วนอาคาร ซึ่งอาจไม่เพียงพอต่อความเสี่ยงของผู้เช่าหรือผู้ซื้อที่ต้องใช้พื้นที่ในการผลิตจริง การตรวจสอบรายละเอียดนี้ตั้งแต่ก่อนเริ่มดำเนินกิจการจึงช่วยลดความเสี่ยงทางการเงิน และยังเป็นแนวทางที่นักพัฒนา (Real Estate Developer) มืออาชีพมักให้ความสำคัญ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้เช่าระยะยาวและผู้ร่วมลงทุนในอนาคต

ประกันไซเบอร์ช่วยคุ้มครอง:

  • ความเสียหายจากการถูกแฮกข้อมูล
  • ค่าใช้จ่ายในการกู้คืนระบบ
  • ค่าความเสียหายทางกฎหมาย หากข้อมูลลูกค้าถูกเปิดเผย

  แม้ดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว แต่ในความเป็นจริง ธุรกิจโรงงานสมัยใหม่ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางข้อมูลไม่แพ้ด้านกายภาพเลยทีเดียว

ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก (Business Interruption Insurance)

  ประกันประเภทนี้มักทำควบคู่กับประกันทรัพย์สิน เพราะเมื่อโรงงานเกิดเหตุไฟไหม้หรือเครื่องจักรเสียหายหนัก การผลิตอาจต้องหยุดลงชั่วคราว ทำให้รายได้หายไป

ความคุ้มครองหลัก:

  • ชดเชยรายได้ที่สูญเสียไปในช่วงที่ไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้
  • ช่วยจ่ายค่าใช้จ่ายคงที่ เช่น ค่าเช่า ค่าจ้างพนักงาน

ถือเป็นประกันที่ช่วยให้ธุรกิจ “ไม่สะดุด” แม้ต้องพักการผลิตชั่วคราว

  การทำประกันสำหรับโรงงานสร้างใหม่ไม่ใช่แค่ “ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม” แต่เป็น การลงทุนเพื่อความปลอดภัยระยะยาว ช่วยให้เจ้าของโรงงานสามารถบริหารความเสี่ยงได้อย่างรอบคอบ และป้องกันการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด

ประกันหลักที่ควรมี ได้แก่:

  1. ประกันภัยทรัพย์สิน
  2. ประกันภัยระหว่างก่อสร้าง
  3. ประกันภัยเครื่องจักร
  4. ประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก
  5. ประกันภัยอุบัติเหตุพนักงาน
  6. ประกันภัยไซเบอร์ (สำหรับโรงงานยุคใหม่)
  7. ประกันธุรกิจหยุดชะงัก

  หากเลือกบริษัทประกันที่เข้าใจธุรกิจโรงงานและให้คำปรึกษาได้ครบถ้วน คุณจะสามารถวางแผนคุ้มครองได้อย่างมั่นใจตั้งแต่วันแรกที่เริ่มเปิดดำเนินการธุรกิจ

ประกันภัยทรัพย์สิน (Fire & Property Insurance)

  “สำหรับนักพัฒนาโครงการอุตสาหกรรมหรือผู้เช่าที่ซื้อโรงงานสำเร็จรูป (Mini Factory) ควรตรวจสอบว่าประกันภัยเดิมที่ติดมากับทรัพย์สินครอบคลุมโครงสร้างและเครื่องจักรหรือไม่ ก่อนเริ่มดำเนินกิจการ”

5 ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจสร้างโรงงานขนาดเล็กในลำลูกกา

1. กฎหมายควบคุมการก่อสร้างโรงงาน

สิ่งแรกที่ผู้ประกอบการควรรู้คือเรื่องกฎหมาย เพื่อดำเนินการได้อย่างถูกต้องตาม พ.ร.บ. โรงงาน ที่แบ่งโรงงานออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

  • โรงงานประเภทที่ 1: มีเครื่องจักรตั้งแต่ 5 แรงม้า หรือคนงานตั้งแต่ 7 คนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 20 แรงม้า หรือไม่ถึง 20 คน สามารถดำเนินการได้ทันทีโดยไม่ต้องขออนุญาต แต่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
  • โรงงานประเภทที่ 2: มีเครื่องจักรตั้งแต่ 20–50 แรงม้า หรือคนงาน 20–50 คน ต้อง “แจ้งต่อเจ้าหน้าที่” ก่อนเริ่มดำเนินการ
  • โรงงานประเภทที่ 3: มีเครื่องจักรเกิน 50 แรงม้า หรือคนงานเกิน 50 คน ต้อง “ขอใบอนุญาต ร.ง.4” ก่อนดำเนินกิจการ

  ทั้งนี้ หากเป็นกิจการที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดมลพิษ แม้ขนาดโรงงานจะไม่ถึงเกณฑ์ ก็อาจถูกจัดให้อยู่ใน ประเภทที่ 3 และต้องยื่นขออนุญาตเช่นกัน

2. ต้องมี BOQ ที่ชัดเจน

BOQ หรือ Bill of Quantities คือ เอกสารแสดงรายการวัสดุและค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างออกโดยผู้รับเหมา มีรายละเอียดทั้งชนิดวัสดุ ราคา ปริมาณการใช้ และค่าแรงคนงาน เพื่อให้เจ้าของรับรู้ข้อมูลทุกด้านแบบชัดเจนเพื่อประเมินต้นทุนค่าใช้จ่าย เทียบราคากับผู้รับเหมาเจ้าอื่น รวมถึงยังสามารถใช้เป็นเอกสารประกอบการขอสินเชื่อ ใช้เป็นเอกสารเพื่อเช็กคุณภาพวัสดุ และตรวจสอบงานทั้งหมดอีกด้วย

3. วัสดุก่อสร้างผ่านการรับรอง มอก.

มอก. หรือ มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เปรียบได้กับมาตรฐานสินค้าเพื่อให้ผู้ผลิตทำตามข้อกำหนดในการผลิตสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งวัสดุเบื้องต้นในการก่อสร้างโรงงานขนาดเล็ก ลำลูกกา ที่ควรมีมาตรฐาน มอก. ได้แก่

  • มอก. 15 เล่ม 1-2555 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์
  • มอก. 20-2559 เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กเส้นกลม
  • มอก. 24-2559 เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กข้ออ้อย
  • มอก. 95-2540 ลวดเหล็กกล้า สำหรับคอนกรีตอัดแรง (PC Wire)
  • มอก. 348-2540 เหล็กลวดคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Wire Rod)
  • มอก. 880-2547 กระจกโฟลตใส
  • มอก. 2508-2555 กระเบื้องเซรามิก
  • มอก. 1222-2560 กระจกนิรภัยหลายชั้น
4. การวางผัง ออกแบบระบบ และก่อสร้างโดยผู้เชี่ยวชาญ

การสร้างโรงงานขนาดเล็ก ต้องมีการจ้างสถาปนิกและวิศวกรให้ช่วยออกแบบแปลน วางผัง ออกแบบระบบต่าง ๆ เช่น พื้นที่ตั้งเครื่องจักรสำหรับการผลิตในฝ่ายต่าง ๆ ออกแบบโรงงานพร้อมออฟฟิศ ระบบปล่อยของเสีย ระบบบำบัดน้ำเสีย ฯลฯ จากนั้นจึงทำการจ้างผู้รับเหมาเข้ามาดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งทุกขั้นตอนในเรื่องนี้ต้องเลือกจ้างจากผู้เชี่ยวชาญ มีทักษะ ประสบการณ์สูง ภายใต้ราคาเหมาะสม เพื่อให้ผลงานออกมาน่าพึงพอใจและคุ้มค่ามากที่สุด

5. เทียบความคุ้มค่าระหว่างสร้างโรงงานและการเช่าหรือซื้อโรงงานสำเร็จรูป

ลองเทียบอีกครั้งว่าการสร้างโรงงานขนาดเล็กเองกับการเช่าหรือซื้อโรงงานพร้อมออฟฟิศ ลำลูกกา แบบไหนคุ้มค่าต่อการลงทุนมากกว่า ซึ่งถ้าประเมินข้อดี-ข้อเสียเบื้องต้น มีดังนี้

5. เทียบความคุ้มค่าระหว่างสร้างโรงงานและการเช่าหรือซื้อโรงงานสำเร็จรูป

ลองเทียบอีกครั้งว่าการสร้างโรงงานขนาดเล็กเองกับการเช่าหรือซื้อโรงงานพร้อมออฟฟิศ ลำลูกกา แบบไหนคุ้มค่าต่อการลงทุนมากกว่า ซึ่งถ้าประเมินข้อดี–ข้อเสียเบื้องต้น มีดังนี้

  • สร้างโรงงานเอง

    • ข้อดี
      • ออกแบบ วางผังต่าง ๆ ได้ตามความต้องการ
      • ควบคุมการก่อสร้าง คัดสรรวัสดุต่าง ๆ ด้วยตนเอง
    • ข้อเสีย
      • ใช้เวลานานในการก่อสร้าง
      • โอกาสงบบานปลายมีสูงหากไม่มีการควบคุมที่ดี
  • โรงงานสำเร็จรูป

    • ข้อดี
      • สร้างเสร็จรวดเร็ว พร้อมเริ่มต้นเข้าใช้งานได้ทันที
      • ประหยัดและควบคุมงบได้ตามที่ต้องการ
    • ข้อเสีย
      • มีข้อจำกัดในการออกแบบ วางผัง และระบบต่าง ๆ
      • ต้องเช็กรายละเอียดด้านวัสดุและวิธีก่อสร้างให้ได้มาตรฐาน
สรุป

    ทั้งหมดนี้คือเช็กลิสต์ 5 ข้อ ซึ่งได้เปรียบได้กับคู่มือสำหรับเจ้าของธุรกิจที่กำลังวางแผนอยากมีโรงงานขนาดเล็กในลำลูกกา ซึ่งการเลือกสร้างโรงงานเองก็มีข้อดีและข้อจำกัดพร้อมคำแนะนำต่าง ๆ ที่ต้องปฏิบัติ อย่างไรก็ตามโรงงานสำเร็จรูปก็เป็นอีกตัวเลือกที่ตอบโจทย์ไม่แพ้กัน และถ้าหากกำลังมองหาโรงงานพร้อมออฟฟิศ ลำลูกกา “Biggerland” ยินดีเป็นคำตอบให้กับทุกกลุ่มธุรกิจ สร้างบนพื้นที่สีม่วงลำลูกกา ทำเลดี ติดถนนใหญ่ ใกล้ทางด่วน ระบบไฟฟ้าโรงงาน 3 เฟส สิ่งอำนวยความสะดวกครบ ราคาคุ้มค่ากับการลงทุนแน่นอน

copy

บทความอื่นๆ